
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 3 มิถุนายน ที่ห้องชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี นำตัวนายสำภาส วงวิจิตร อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ 203/2559 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2559 ในข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย โดยจับได้ที่ร้านคาราโอเกะไม่มีชื่อ บ้านช้าง เขตเทศบาลนครอุดรธานี
จากการสอบสวนญาติ ๆ ให้การว่า ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนทั้ง 2 จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสคือนายสำภาสสามีน.ส.อังคนาง จากสาเหตุของการหึงหวง หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมาที่บ้านเลขของน.ส.อัคนาง หลังจากนั้นตำรวจจึงรวบรวมพยานและหลักฐานแล้วไปขออนุมัติศาลออกหมายจับและจับกุมตัวได้ในที่สุด
นายสำภาสให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ทำงานก่อสร้าง เป็นพ่อม่ายแล้วมาพบรักกับน.ส.อังคนาง ม่ายสาวที่มาทำงานก่อสร้างด้วยกัน ตกลงอยู่กินกันเป็นสามีภรรยาได้ 1 ปีที่บ้านของผู้ตาย ปกติตนและผู้ตายชอบดื่มเหล้าขาวหลังเลิกงานทุกวัน และผู้ตายมักจะชวนเพื่อนร่วมงานผู้ชายมาร่วมดื่มด้วยรวมทั้งนายอำนาจด้วย วันเกิดเหตุหลังเลิกงานผู้ตายได้ไปดื่มเหล้าที่บ้านพักคนงานกับนายอำนาจ ตนจึงได้ไปตาม และนั่งดื่มด้วย แต่ได้สังเกตเห็นผู้ตายและผู้บาดเจ็บพูดจาหยอกล้อกันเกินเพื่อนต่อหน้าตน ทำให้ตนไม่พอใจ คิดว่าจะไปพูดคุยกับผู้บาดเจ็บภายหลัง
นายสำภาสให้การต่อไปว่า จนกระทั่งค่ำมืดเห็นว่าเมียเมามากแล้วจึงชวนกลับบ้านแล้วได้นำเมียเข้าไปอาบน้ำให้เสร็จแล้วก็พาเข้านอน แต่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้ เพราะต้องการให้เมียรักนอนสบาย จากนั้นได้ไปซื้อเหล้าขาวตั้งใจจะไปนั่งดื่มกับนายอำนาจเพื่อเคลียร์เรื่องเมียที่คาใจ แต่เมื่อไปถึงบ้านพักคนงาน กลับไม่พบนายอำนาจ ตนจึงขับขี่รถจยย.กลับบ้าน
"แต่เมื่อเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ก็พบภาพบาดใจ จนทนไม่ได้ เพราะเห็นนายอำนาจกับเมียกำลังหลับนอนกันอยู่ ด้วยความโมโห ผมได้จับเอวนายอำนาจดึงออกมาแล้วเตะจนล้มลงจากนั้นจึงจับหัวโขกพื้นจนสลบ แล้วจึงไปเข้าเตะเมียเข้าที่ปลายคางพร้อมกับจับหัวโขกพื้นจนสลบเช่นเดียวกัน จากนั้นผมก็หลบหนีไป ต่อมาจึงมาทราบเมียเสียชีวิต"นายสำภาสกล่าว